[Trip] Deathline in Japan -1-

posted on 31 Mar 2011 15:11 by sadoz in Travel
จริงๆ แล้ว นี่ควรจะเป็นentryแรกของปี 2011
 
แต่ด้วยความดองมันไม่เข้าใครออกใคร มันเลยมาเลทจนจะกลายเป็นแฮปปี้ปีใหม่ไทยไปซะงั้น
 
 
 
เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา เหล่าเดนตายได้โอกาสย้ายไปก่อความวุ่นวายที่นอกประเทศ พ่อแม่พี่น้องครับ เดนตายไปเที่ยวญี่ปุ่นมาค้าบบบบบบบ
 
(ที่ได้ไปนั้น ไม่น่าตื่นเต้นเท่าลากกันกลับประเทศมาได้ครบทุกคนไม่มีใครหายตามผู้ชาย(2D 3D)ไปด้วยล่ะเธ้ออออออ!!!)
 
 
อนึ่ง เนื่องจากเดนตายแต่ละคนมีอุดมการณ์เป็นของตนเอง และบังเอิญดอสศรีถือคติการอัพบล็อคหลังไปเที่ยวว่า "ข้อมูลไม่เกี่ยว สาดภาพอย่างเดียว"  ผู้ใดต้องการรายละเอียดมีเนื้อมีหนัง เอาไปเป็นแนวทางการท่องเที่ยวของตนเอง กรุณาสอบถามที่บล็อคเบนซ์ หรือ เดียร์ นะจ๊ะ
 
 
 
สภาพก่อนขึ้นเครื่อง ออกเดินทางวันที่27 ธันวาคม 2010 ทุกคนยังร่าเริงสดใส โดยไม่ได้นึกเล้ยยยยย ว่ามีอะไรรออยู่ข้างหน้าบ้าง
(ใบหน้าหลังหลีกับเฟียร์นั้นเป็นแสตนด์รูปแอร์ ของสายการบิน มิใช่ภาพติดวิญญาณแต่อย่างใด... กรุณามีวิจารนญาณในการหลอน)
 
 
ระหว่างรอขึ้นเครื่อง(ที่ดีเลย์เล็กน้อย) อยู่หน้าเกท ได้เจอเซนเซย์จากวาเซดะที่กำลังจะกลับบ้านช่วงปีใหม่แบบไม่ทันตั้งตัว (เพิ่งบ้ายบายกันไปสามวันก่อน เจอกันอีกละ กร๊ากกกก) ถือเป็นการฝึกใช้ภาษา warm upล่วงหน้า แบบมั่วๆ ก่อนไปใช้จริง
(แถไปก็พอคุยกันรู้เรื่อง แต่เซนเซย์ทำหน้าเหมือนอยากยึดใบประกาศฯ คืน แล้วตบกลับไปเรียนใหม่อีกคอร์ส)
 
 
ช่วง เวลาบนเครื่องบินหลังจากนั้นเปรียบดั่งหลุมดำของความทรงจำ เหมือนชีวิตเรามีช่องว่าง6ชั่วโมงที่หายไปอย่างลึกลับ (พูดง่ายๆ ว่า จำอะไรไม่ได้เลย) รู้สึกตัวอีกที landing แล้ว
 
 
หลัง จากผ่านตม. กับความวุ่นวายตอนซื้อตั๋วรถไฟเข้าเมืองมาได้ (ระบบเค้าไม่วุ่นหรอก เราวุ่นกันเอง แหม คนมันตื่นเต้น) ก็ต้อนกันขึ้นรถไฟสายkeiseiได้อย่างเฉียดฉิว ได้สัมผัสประสบการณ์วิ่งขึ้นรถไฟกันตั้งแต่แรกเลยทีเดียว (หลังจากนั้นเหล่าเดนเริ่มมีสติ ไม่วิ่งแม่งละ เดี๋ยวคันต่อไปก็มา)
 
 
 
หนึ่งนาทีผ่านไป...
 
 
 
ตายหมู่
 
 
 
ที่ พักในโตเกียวของพวกเราคือ K's House เดินทางสะดวกสบาย เพราะอยู่ใกล้สถานีรถใต้ดิน Kuramae (แต่ดันมีสถานีชื่อนี้สองสถานี แล้วแต่ว่าจะขึ้นใต้ดินสายไหน ที่พักเราใกล้ทั้งสองสถานีแหล่ะ แต่ปวดหัวชะมัดตอนวางแผนเที่ยว ว่าตกลงวันนี้ต้องไปขึ้นที่Kuramae ด้านไหน)
 
 
รูปหมู่อันน่าจดจำ (มีอยู่รูปเดียว) หน้าที่พัก ตึกสีสันสดใสมาก
 
เรียกจากซ้ายมาขวา ปลิงสว. (สูงวัย) , ท่านผู้นำ, ปลิงชรา, ท่าน บ., ปลิงPrototype และ จขบ.
 
 
 
หลังจากฝากกระเป๋าเดินทางได้แล้ว ก็ออกร่อนในโตเกียว
 
 
เป้าหมายแรก ฮาราจุกุ
(คุณแม่คนนั้นขโมยซีน...)
 
มาย่านช้อปปิ้งทั้งที จะไม่เสียเงินก็ใช่ที่
 
สปาเกตตี้...
 
 
ทาโกะยักษ์!!!
 
/ล้มโต๊ะ.....
 
จะเอาอะไรกันเดนตาย.... จุดประสงค์ของทริปนี้คือ กิน เที่ยว โดฯ (แค่ข้อสุดท้ายก็ไม่เหลือเงินไปซื้ออย่างอื่นแล้ว)
 
 
 
 
 
แถมให้ ร้านเสื้อแถวนั้น
 
 
หลังจากเดินเก็บบรรยากาศกันพอหอมปากหอมคอ เราก็มุ่งสู่จุดหมายต่อไป
 
ศาลเจ้าเมจิ
 
โทริอิด้านหน้านี่เป็นอะไรที่ประสาทแด๊กมาก เพราะ...
 
 
 
...ถ่ายมุมเดิมมาไม่รู้ตั้งกี่รูป (จริงๆ เยอะกว่านี้นะ รูปคู่ รูปรั่ว รูปย้อนแสง บ้าบอ)
 
 
 
ระหว่างทางเดินเข้าไป
 
 
 
มุมยอดนิยม
 
 
 
ดีดีทำอะไรน่ะ ="=
 
 
เฮ้ย! มองกล้อง!!
 
 
 
 
ล้างมือ ป้วนปาก แปรงฟัน ก่อนเข้าศาลเจ้า
น้ำเย็นๆ หนาวขาดใจ
 
 
 
เริ่มสงสัยว่าสองคนนี้มันไป 2nd Honeymoon กันใช่มะ
 
 
 
ชมศาลเจ้าและซื้อเครื่องรางเรียบร้อย ก็ไปเจอกับน้องชายหลีที่มาเรียนอยู่ที่ญี่ปุ่น คุณน้องชายอาสาพาเที่ยวแหล่งบันเทิงยามค่ำคืน...
 
 
 
...
 
ขอแก้ข่าว คุณน้องเค้าไม่ได้เป็นโอตาคุ เพียงแต่เราต้องมาซื้อของบางอย่างในอากิฮาบาระ และบังเอิญผุดขึ้นจากใต้ดินตรงนี้พอดี...
 
เอาเป็นว่าก็หลงมัวเมา(?) อยู่ในย่านนี้จนค่ำ
 
 
 
 
ฟ้ามืด อากาศก็เย็นลงเรื่อยๆ ไฉนเลยกะเหรี่ยงน้อยจากไทยจะทนไหว
 
ณ ที่นี้เอง ปลิงพ่อลูกสุดระทมได้รู้ซึ้งว่า เสื้อจากไทย มันช่วยอะไรไม่ด้ายยยยยยยยยยย
 
 
หลังจากหลงอย่างสนุกสนาน และได้ของที่ต้องการ (เซนเซอร์เพื่อสิทธิส่วนบุคคล) ครบถ้วนแล้ว
(ต้องขอบคุณรุ่นพี่ของเดียร์ที่ตามมาช่วยนำทางอีกคน) เราก็ไปเติมพลังให้กองทัพกัน
 
 
มื้อที่สอง (และอีกหลายๆ มื้อ ในแดนอาทิตย์อุทัย ร้านนี้มันมีสาขาทั่วหล้า ไปที่ไหนก็เจอ)
 
ข้าวหน้าเนื้อ
 
เชื่อเหอะว่าเนื้อ แม้จะถูกกลบทับด้วยหอมซอย แต่เบื้องล่างมันเป็นเนื้อหอมอร่อย เวลากินให้ตอกไข่(ซ้ายบน)ใส่เครื่องแยก แล้วเอาไข่แดงโปะ คลุกๆ กิน อร่อยเมพมาก (ไข่สดจนไม่คาวเลย)
 
ปกติดอสศรีเกลียดต้นหอมถึงขั้นว่าสาบานจะไม่เผาผี เพราะมันเหม็น (ใครตั้งชื่อผักชนิดนี้วะ มาต่อยกันเลยดีกว่า) แต่กับหอมญี่ปุ่นขอศิโรราบแต่โดยดีเพราะมันไร้กลิ่น และกรุบกรอบเคี้ยวมันส์มากค่ะ
 
ใส่ไข่แล้วน่ากินมาก
 
สารภาพว่าเห็นของจริงทีแรกอึ้งไปเหมือนกัน แต่จำใจกินแบบไม่ปริปากเพราะนั่งโต๊ะเดียวกับคุณน้องชายหลี (ที่สั่งเมนูนี่กรุก็ลอกน้องเค้าเหมือนกัน) จะสารภาพว่าเป็นคนเลือกกินก็กระไร เลยก้มหน้าก้มตาพุ้ยเข้าปาก โอ๊ะ อร่อย! ซะงั้น
 
 
 
 
กินเสร็จ กลับหอ นอน!!!
 
(จบง่ายไปมั้ย...)
 
 
 
ยัง... ยังไม่จบหรอก
 
พูดถึงญี่ปุ่น ก็ต้องนึกถึงระบบขนส่งมวลชน อยากบอกว่า รถไฟที่นี่ ขึ้นง่ายใช้คล่อง แถมมีป้ายแปลกๆ น่ารักๆ เยอะเลย
 
 
ตามปลิงไปดูกันเฮอะ!!!
 
 
อันนี้เป็นป้ายบอก สิ่งที่ไม่ควรทำขณะเดินอยู่แถวชานชาลา อันอื่นก็ปกตินะ แต่ไอ้ "ไม่ควรเมาเดิน" เนี่ย ดูจะลำบากหน่อย อาจเป็นภาระคนรอบข้างช่วยลากมันกลับมาหลังเส้นเหลือง ไม่งั้นตกลงไป รถไฟจะดีเลย์ให้เดือดร้อนกันได้
(ภาพเคลียร์มาก แบบที่ต่อให้อ่านไม่ออกก็เข้าใจได้ ปลื้มมมมมม)
 
 
ป้ายนี้เป็นมารยาทบนรถไฟ ที่น่ามาแปะบนสถานีBTSของไทยมาก
ปลิงพ่อลูกยังยกนิ้วให้
 
 
อันนี้ต้องให้ปลิงprototype พากษ์
 
ทานุกิลูก "แม่... มนุษย์โดนประตูหนีบ"
ทานุกิแม่ "เออ.... ช่างมันลูก มันโง่..."
 
(จริงๆ นังแม่ทานุกิเค้าบอกให้ระวังมือเด็กๆ ด้วยน่ะ)
 
 
 
 
..................................................
..................................................
 
 
 
 
มีเรื่องบังเอิญ (?) ที่จะขำก็ขำไม่ค่อยออก มาเล่าต่อเล็กน้อย
 
ตอนไปศาลเจ้าเมจิ ไม่รู้นึกยังไง ดอสไปซื้อเครื่องราง "ขับขี่ปลอดภัย" กะว่าจะเอามาฝากน้องชาย เพราะมันกำลังบ้ามอเตอร์ไซอย่างแรง แถมปกติก็ขับรถซิ่งอีก (จริงๆ พี่สาวดอสซิ่งกว่า แต่ตอนนั้นไม่ยักนึกถึงมัน)
 
เลือกตั้งนานแน่ะ จนลืมซื้อเครื่องรางเรื่องการเรียนของตัวเองเลย (แง)
 
หลังจากนั้นหลายวัน  เที่ยวเสร็จ  กลับบ้านมา หยิบส่งให้น้อง มันมองหน้า "ช้าไปแล้วเจ๊" พร้อมถกขากางเกงให้ดูหัวเข่าที่เหวอะไปข้างนึง แผลกำลังตกสะเก็ดยิบๆ
 
ถามไปถามมา ได้ความว่ามันรถล้มเอาวันที่เราซื้อเครื่องรางพอดี (เวลาหลังจากนั้นไม่นานด้วย) รถถลอก กางเกงยีนส์ตัวโปรดขาดเป็นชิ้น รองเท้าคู่เก่งกลายเป็นเศษผ้า ดีที่สวมหมวกกันน็อค และใส่เสื้อหนังสำหรับขี่รถ ด้านบนจึงไม่เป็นไรเลย
 
ส่วนขา เข่าเหวอะไปข้างนึง จนป่านนี้ยังไม่หายดีเลย (จะสามเดือนแล้วนะ)
 
น้องบอก "ไม่ขลังเลยอีเจ๊ ข้ามประเทศก็ไม่validละ"
 
แต่แม่บอกว่า "ถ้าเจ๊เค้าไม่ซื้อแล้วบอกเจ้าว่าจะให้แก ขาอาจจะหักไปแล้วก็ได้นะ"
 
จะว่าขลังดีไหมล่ะเนี่ย???

Comment

Comment:

Tweet

แบ้กแพ็คเหรอคะ ... พวกพี่เรียนยุ่นกันเหรอ?
*{}*)

#13 By Mr.Sundrys on 2013-11-13 18:49

Hot! Hot!

ภาพสวยงาม..

บรรยากาศเป็นใจมาก ๆ เลยล่ะครับ..

^^

น่าไปจัง big smile big smile big smile 555+
บูชาพี่ดอส ฮุวฮุวฮุว
มีคนนำทางแล้วก๊าาาาา
เห็นจำนวนภาพที่อยากอัพแล้วยอมแพ้ทุกรายการเลยฮะ
ลืมไปเยอะเหมือนกันว่าไปไหนบ้าง ด้วยอะไรบ้างฮะ

#11 By ||•Ritz_DD on 2011-04-18 20:50

รับทราบค่ะ เมื่อไหร่บอกด้วยนะคะ
เร็วๆยิ่งดีนะคะ อยากอ่านมากกกกก

#10 By รูริ (118.174.209.128) on 2011-04-02 23:01

^
^
^
เล่มหนึ่งหมดแล้วค่า
แต่มีโครงการจะพิมพ์เพิ่มพร้อมเล่มสอง
(แต่เนื้อในเล่มสองยังไม่จบไม่สิ้นสักที)

#9 By SadoZ on 2011-04-01 23:32

อยากทราบว่า เรื่องvongola suicide ยังมีเหลือมั้ยคะ
อยากได้มาก ช่วยบอกหน่อยนะคะ

#8 By รูริ (118.174.207.136) on 2011-04-01 22:50


ใีคนอัพแล้วววว แต่ยังไม่ได้อ่อน ต้องไปเรียนแล้ววว

#7 By เฟียร์ . Fiar on 2011-04-01 14:14

มีคนพรีวิวด้วย....

#6 By *kao* ตายสนิท on 2011-04-01 00:45

//คารวะ

ของปีก่อนหน้าฉันยังอัพไม่เสร็จเลย ฮ่าๆๆๆ
(แต่ว่าเฟซฉันอัพแล้วนะ หุหุ)

#5 By dearchan on 2011-04-01 00:14

นำทัพให้แล้วก็อัพกันบ้างสิเฟ้ยยยยยย
(ไม่งั้นจะนินทารุนแรงขึ้นทุกครั้งที่อัพ โฮะๆๆๆๆๆ)

#4 By SadoZ on 2011-03-31 21:28

แม่เจ้า...ในที่สุดกรุก็ได้ยล...

#3 By melody in the world of the tale on 2011-03-31 21:15

มีคนอัพแล้ววววววววววววววววววววว *โดนโบก*

กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกก

#2 By Lynx on 2011-03-31 17:53

พี่ๆเดนตายไปเที่ยวญี่ปุ่นมาท่าทางน่าสนุกนะคะ

อยากไปบ้าง แต่ญี่ปุ่นโดนสึนามิถล่มซะก่อนเลยอดเลย เหอๆๆ

ขอให้น้องชายหายไวๆ นะคะ

#1 By ต้นปาล์ม on 2011-03-31 17:07