KH Reborn's Shot fic : Namimori [ Spoilคนอ่านรวมเล่ม ]
posted on 23 Aug 2007 23:41 by sadoz
บอกอีกที ว่าสปอย และ แอบวาย...
KH Reborn Shot fiction
Namimori
ประตูไม้อัดบานเก่าส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเมื่อถูกดันให้เปิดอย่างช้าๆ ลมหนาวพัดกรูเข้ามาในช่องบันได หนีไฟเล็กๆทันที หากบุรุษในชุดดำไม่ใส่ใจ เขาค่อยๆก้าวผ่านชองประตู พ้นจากทางเดินที่แสน อึดอัดไปสู่ดาดฟ้าโล่งกว้างที่คุ้นเคย
ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ทั้งกระเบื้องปูนที่กะเทาะบ้างตามกาลเวลาและการใช้งานที่ค่อนข้าง สมบุกสมบัน ทั้งรั้วเหล็กเตี้ยๆที่ไม่เคยเห็นว่ามันจะป้องกัน อุบัติเหตุได้เลยสักนิด เขาเกือบจะ แค่นยิ้มออกมานิดหนึ่งเมื่อนึกถึงผู้พิทักษ์บางคนที่เคยดิ่งพสุธาท้านรกจากดาดฟ้าแห่งนี้เมื่อเกือบ สิบปีก่อน จริงๆแล้วเขาแอบนึกเสียดายอยู่บ่อยครั้งที่หมอนั่นรอดมาได้ แต่นั่นก็เป็นแค่เรื่องในอดีต เขาไม่ได้ขึ้นมาบนนี้เพื่อจะรำลึกถึงวันเวลาที่ผ่านไปแล้ว
สายลมพัดมาอีกครั้งเมื่อชายหนุ่มก้มทิ้งน้ำหนักลงบนรั้วกั้น แขนทั้งสองข้างที่สอดประสานกัน อย่างหลวมๆ ชายเสื้อสูทสีดำสนิทโบกกระพือตามแรงลม เรือนผมสีดำปลิวพันกันยุ่งเหยิง หากเขาไม่ใช่คนสำอางหรือใส่ใจมากพอจะจัดการให้มันกลับมาเรียบร้อยเหมือนเก่า ดวงตาเรียว ที่หางชี้ขึ้นเล็กน้อยมองทิวทัศน์เบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย ดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับฟ้าสาดแสง สีแดงส้มอาบโลกที่ไร้ผู้คน
นามิโมริ...
ที่นี่ไม่เคยเปลี่ยน แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานสักเพียงใด ผู้คนอาจเข้ามาและจากไป หากสำหรับเขาแล้วสถานที่แห่งนี้เท่านั้นที่คู่ควรแก่การเรียกว่าบ้าน บ้านที่เป็นแหล่งพักใจ บ้าน...ที่ควรค่าแก่การปกป้อง ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นที่นี่ บนดาดฟ้าตึกในโรงเรียนมัธยมต้นเล็กๆแห่งนี้...
KH Reborn Shot fiction
Namimori
ประตูไม้อัดบานเก่าส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเมื่อถูกดันให้เปิดอย่างช้าๆ ลมหนาวพัดกรูเข้ามาในช่องบันได หนีไฟเล็กๆทันที หากบุรุษในชุดดำไม่ใส่ใจ เขาค่อยๆก้าวผ่านชองประตู พ้นจากทางเดินที่แสน อึดอัดไปสู่ดาดฟ้าโล่งกว้างที่คุ้นเคย
ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ทั้งกระเบื้องปูนที่กะเทาะบ้างตามกาลเวลาและการใช้งานที่ค่อนข้าง สมบุกสมบัน ทั้งรั้วเหล็กเตี้ยๆที่ไม่เคยเห็นว่ามันจะป้องกัน อุบัติเหตุได้เลยสักนิด เขาเกือบจะ แค่นยิ้มออกมานิดหนึ่งเมื่อนึกถึงผู้พิทักษ์บางคนที่เคยดิ่งพสุธาท้านรกจากดาดฟ้าแห่งนี้เมื่อเกือบ สิบปีก่อน จริงๆแล้วเขาแอบนึกเสียดายอยู่บ่อยครั้งที่หมอนั่นรอดมาได้ แต่นั่นก็เป็นแค่เรื่องในอดีต เขาไม่ได้ขึ้นมาบนนี้เพื่อจะรำลึกถึงวันเวลาที่ผ่านไปแล้ว
สายลมพัดมาอีกครั้งเมื่อชายหนุ่มก้มทิ้งน้ำหนักลงบนรั้วกั้น แขนทั้งสองข้างที่สอดประสานกัน อย่างหลวมๆ ชายเสื้อสูทสีดำสนิทโบกกระพือตามแรงลม เรือนผมสีดำปลิวพันกันยุ่งเหยิง หากเขาไม่ใช่คนสำอางหรือใส่ใจมากพอจะจัดการให้มันกลับมาเรียบร้อยเหมือนเก่า ดวงตาเรียว ที่หางชี้ขึ้นเล็กน้อยมองทิวทัศน์เบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย ดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับฟ้าสาดแสง สีแดงส้มอาบโลกที่ไร้ผู้คน
นามิโมริ...
ที่นี่ไม่เคยเปลี่ยน แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานสักเพียงใด ผู้คนอาจเข้ามาและจากไป หากสำหรับเขาแล้วสถานที่แห่งนี้เท่านั้นที่คู่ควรแก่การเรียกว่าบ้าน บ้านที่เป็นแหล่งพักใจ บ้าน...ที่ควรค่าแก่การปกป้อง ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นที่นี่ บนดาดฟ้าตึกในโรงเรียนมัธยมต้นเล็กๆแห่งนี้...
“The green trail of Namimori. It’s neither big nor small. Nami is great…”
เสียงเพลงประสานเสียงดังขึ้นทำลายความสงัดของบรรยากาศ ฮิบาริ เคียวยะ หยิบมือถือ เครื่องบางออกจากกระเป๋ากางเกงแล้วกดปิดทันที แม้จะชื่นชอบบทเพลงประจำสถาบันแห่งนี้ เพียงใด หากเวลานี้เขาไม่มีแก่ใจจะสนทนากับมนุษย์หน้าไหนทั้งนั้น คิ้วเรียงขมวดเล็กน้อยเมื่อ ต้องนึกถึงเรื่องไม่พึงประสงค์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน... ซาวาดะ สึนะโยชิ...เจ้าตัว น่ารำคาญหมายเลขหนึ่ง หรือตอนนี้คือหัวหน้ารุ่นที่10แห่งวองโกเลแฟมิลี่ บังอาจโทรเข้ามือถือ เขาเพื่อแจ้งข่าวไร้สาระ
คาบัคโรเน่แฟมิลี่ล่มสลายจากการโจมตีของมิลฟีโอเล่แฟมิลี่ หัวหน้ารุ่นที่10 ม้าพยศดีโน่ หายสาบสูญ
ไอ้ม้าบ้านั่นจะสาบสูญลงนรกขุมไหนไปก็ช่าง ถ้าตายไปจริงๆล่ะก็เขาจะสาปส่งตามไปเสียด้วยซ้ำ เขาจำได้ว่าตนกดตัดโทรศัพท์สายนั้นไปอย่างไม่ใยดี หากสิ่งแรกที่ทำคือรีบเร่งเดินทางมาที่นี่ สถานที่ๆทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น สถานที่ๆเขาพบกับหมอนั่นเป็นครั้งแรก...
เจ้าคนน่ารำคาญที่เซ้าซี้แต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง คนสติไม่เต็มที่แค่ไม่มีพวกตัวประกอบแว่นดำ คอยมองอยู่ก็ทำอะไรเป็นโล้เป็นพายไม่ได้ คนที่เขามองอย่างไรก็เห็นแค่ว่ามันบ้า...
และคนบ้าบอคนนั้นเอง ที่สอนเขาว่าการใช้ชีวิตเพื่อปกป้องอะไรบางอย่างนั้นเป็นอย่างไร...
ดวงตาคู่เรียวปิดลงช้าๆ ภาพแสงสุดท้ายของโลกแห่งกลางวันถูกแทนที่ด้วยความมืดมิด นามิโมริไม่เคยเปลี่ยน หากผู้คนต่างหากที่เปลี่ยน นามิโมริจะไม่หายไป หากผู้คนนั่นเองที่ ต้องลาจาก... เขาขบกรามแน่น ก่อนเอ่ยขึ้นเบาๆกับสายลม
“ไอ้บ้าเอ้ย...”
.
.
.
.
.
“ขอโทษนะที่เป็นไอ้บ้าน่ะ...”
เสียงที่คุ้นเคยตอบกลับมาทันที แม้จะเบาแสนเบาและแหบพร่าแปร่งหู หากก็เพียงพอให้หัวใจ เต้นผิดจังหวะได้แล้ว... เขาหันกลับไปทันที และพบกับร่างของคนคุ้นเคยยืนพิงกรอบประตู ดาดฟ้าอยู่อย่างหมิ่นเหม่จวนจะล้ม คนที่เคยเป็นถึงหัวหน้าแฟมิลี่ที่ลูกน้องเทิดทูนบูชา บัดนี้สารรูป ดูไม่ได้เลยสักนิด ใบหน้าคมซีดเซียวราวกับผีดิบ เรือนผมสีทองทั้งยุ่งทั้งสกปรก หากประเมินรวม กับความสะอาดของเสื้อผ้าที่สวมอยู่แล้วคงจะอนุมานได้ว่าหมอนี่ไม่ได้อาบน้ำมาอย่างน้อยก็สองวัน ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาต้องขมวดคิ้วไม่ใช่ความสกปรก แต่เป็นรอยเปื้อนสีแดงคล้ำดวงใหญ่บนเสื้อเชิ้ต ขาดๆนั่น ยังไม่ทันจะขยับปากถาม อีกฝ่ายก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน
“ใจร้ายจังนะเคียวยะ ฉันอุตส่าห์โทรหาตั้งหลายครั้ง นอกจากตัดสายแล้วยังปิดเครื่องหนีอีก รู้ไหมว่ากว่าจะมาถึงที่นี่ได้ฉันลำบากแค่ไหน...”
เสียงแห้งๆเหมือนคนใกล้หมดแรงว่าได้แค่นั้นเจ้าตัวก็ทรุดลงนั่งพิงผนังอย่างไม่ค่อยนุ่มนวลนัก ผู้พิทักษ์แห่งเมฆาทำเสียงไม่พอใจก่อนจะเดินเข้าไปหา นั่งยองๆลงตรงหน้าคนเจ็บแล้วเอ่ยถาม ด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“มีธุระอะไร”
“เรียกรถพยาบาลให้หน่อยสิ...”
ม้าพยศที่พยศไม่ออกแล้วว่า ก่อนจะหลับตาลงช้าๆพร้อมทำเสียงเหมือนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ฝ่ายคนถูกขอร้องบ่นพึมพำพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดอีกครั้ง...
เสียงเพลงประสานเสียงดังขึ้นทำลายความสงัดของบรรยากาศ ฮิบาริ เคียวยะ หยิบมือถือ เครื่องบางออกจากกระเป๋ากางเกงแล้วกดปิดทันที แม้จะชื่นชอบบทเพลงประจำสถาบันแห่งนี้ เพียงใด หากเวลานี้เขาไม่มีแก่ใจจะสนทนากับมนุษย์หน้าไหนทั้งนั้น คิ้วเรียงขมวดเล็กน้อยเมื่อ ต้องนึกถึงเรื่องไม่พึงประสงค์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน... ซาวาดะ สึนะโยชิ...เจ้าตัว น่ารำคาญหมายเลขหนึ่ง หรือตอนนี้คือหัวหน้ารุ่นที่10แห่งวองโกเลแฟมิลี่ บังอาจโทรเข้ามือถือ เขาเพื่อแจ้งข่าวไร้สาระ
คาบัคโรเน่แฟมิลี่ล่มสลายจากการโจมตีของมิลฟีโอเล่แฟมิลี่ หัวหน้ารุ่นที่10 ม้าพยศดีโน่ หายสาบสูญ
ไอ้ม้าบ้านั่นจะสาบสูญลงนรกขุมไหนไปก็ช่าง ถ้าตายไปจริงๆล่ะก็เขาจะสาปส่งตามไปเสียด้วยซ้ำ เขาจำได้ว่าตนกดตัดโทรศัพท์สายนั้นไปอย่างไม่ใยดี หากสิ่งแรกที่ทำคือรีบเร่งเดินทางมาที่นี่ สถานที่ๆทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น สถานที่ๆเขาพบกับหมอนั่นเป็นครั้งแรก...
เจ้าคนน่ารำคาญที่เซ้าซี้แต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง คนสติไม่เต็มที่แค่ไม่มีพวกตัวประกอบแว่นดำ คอยมองอยู่ก็ทำอะไรเป็นโล้เป็นพายไม่ได้ คนที่เขามองอย่างไรก็เห็นแค่ว่ามันบ้า...
และคนบ้าบอคนนั้นเอง ที่สอนเขาว่าการใช้ชีวิตเพื่อปกป้องอะไรบางอย่างนั้นเป็นอย่างไร...
ดวงตาคู่เรียวปิดลงช้าๆ ภาพแสงสุดท้ายของโลกแห่งกลางวันถูกแทนที่ด้วยความมืดมิด นามิโมริไม่เคยเปลี่ยน หากผู้คนต่างหากที่เปลี่ยน นามิโมริจะไม่หายไป หากผู้คนนั่นเองที่ ต้องลาจาก... เขาขบกรามแน่น ก่อนเอ่ยขึ้นเบาๆกับสายลม
“ไอ้บ้าเอ้ย...”
.
.
.
.
.
“ขอโทษนะที่เป็นไอ้บ้าน่ะ...”
เสียงที่คุ้นเคยตอบกลับมาทันที แม้จะเบาแสนเบาและแหบพร่าแปร่งหู หากก็เพียงพอให้หัวใจ เต้นผิดจังหวะได้แล้ว... เขาหันกลับไปทันที และพบกับร่างของคนคุ้นเคยยืนพิงกรอบประตู ดาดฟ้าอยู่อย่างหมิ่นเหม่จวนจะล้ม คนที่เคยเป็นถึงหัวหน้าแฟมิลี่ที่ลูกน้องเทิดทูนบูชา บัดนี้สารรูป ดูไม่ได้เลยสักนิด ใบหน้าคมซีดเซียวราวกับผีดิบ เรือนผมสีทองทั้งยุ่งทั้งสกปรก หากประเมินรวม กับความสะอาดของเสื้อผ้าที่สวมอยู่แล้วคงจะอนุมานได้ว่าหมอนี่ไม่ได้อาบน้ำมาอย่างน้อยก็สองวัน ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาต้องขมวดคิ้วไม่ใช่ความสกปรก แต่เป็นรอยเปื้อนสีแดงคล้ำดวงใหญ่บนเสื้อเชิ้ต ขาดๆนั่น ยังไม่ทันจะขยับปากถาม อีกฝ่ายก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน
“ใจร้ายจังนะเคียวยะ ฉันอุตส่าห์โทรหาตั้งหลายครั้ง นอกจากตัดสายแล้วยังปิดเครื่องหนีอีก รู้ไหมว่ากว่าจะมาถึงที่นี่ได้ฉันลำบากแค่ไหน...”
เสียงแห้งๆเหมือนคนใกล้หมดแรงว่าได้แค่นั้นเจ้าตัวก็ทรุดลงนั่งพิงผนังอย่างไม่ค่อยนุ่มนวลนัก ผู้พิทักษ์แห่งเมฆาทำเสียงไม่พอใจก่อนจะเดินเข้าไปหา นั่งยองๆลงตรงหน้าคนเจ็บแล้วเอ่ยถาม ด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“มีธุระอะไร”
“เรียกรถพยาบาลให้หน่อยสิ...”
ม้าพยศที่พยศไม่ออกแล้วว่า ก่อนจะหลับตาลงช้าๆพร้อมทำเสียงเหมือนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ฝ่ายคนถูกขอร้องบ่นพึมพำพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดอีกครั้ง...
รถพยาบาลนามิโมริควรจะมาถึงภายใน3นาที ไม่อย่างนั้นม้าพยศตัวนี้จะต้องรอนานอีกหน่อยตอนเขาโทรหาโรงพยาบาลอื่น...
....................................................................
....................................................................
กร๊าซซซซซซซ ฟิครีบอร์นเรื่องแรก
เขียนจากความพีคส่วนบุคคนหลังจากเห็นภาพดีโน่10ข้างหน้า... มะ มะ มะ มันหล่อค่ะพี่น้อง!!!
หล่อโฮกกกกก หล่อได้อีก ช่างคู่ควรกับคุณท่านฮิบาริจริงๆ
รักคู่นี้มากมาย..... ไม่นึกเลยว่ากลับจากมหาลัยมาเหนื่อยๆ ดูดิโอเมนมาหลอนๆ มาเปิดเน็ตแล้วจะได้พบกับปรากฏการณ์ความหล่อแบบคูณสามคูณสี่... เจอะทั้งสควอลโล่ ทั้งแซนซัส ทั้งวองโกเล่รุ่นที่1 และประเด็นสำคัญของบล็อคนี้ ดีโน่!!!
หล่อเกินห้ามใจจริงๆนะพ่อคุณ สิบปีที่ผ่านมา อัพแรดขึ้นอีก อยากได้แสกนตัวเต็มเฟ้ย!!! อยากได้รูปใหญ่ๆง่า.... นี่ถ้ามันไม่ใช่ไฟล์เล็กดอสว่าจะเอาไปอัดเลยนะเนี่ย (เป็นเอามาก)
ตอนโกคุก็ว่าช็อคโลกแล้ว ฮิบะก็กรี๊ดลั่นบ้านมาแล้ว (ไม่ได้ไม่รักยามาโมโตะ...แค่มันหน้าเหมือนเดิมเลยไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่)
เจอม้าพยศไปที....ลืมเลยว่ารอดูมุคุโร่อยู่ เอิ้ก....
ว่ากันตามตรงพล็อตฟิคนี้ตอนแรกจะทำโดล่ะเอ้อ.... โดซึ้งดีโน่ฮิบะ แบบคาบัคโรเน่แฟมิลี่มันโดนตีกิลแตกไปแล้วใช่มะ อีดอสก็จิ้นซะว่าถ้าดีโน่ตาย ฮิบะมันคงไปบอกหน้าหลุมศพว่าตายๆไปเหอะ...ความแค้นของนายฉันจะจัดการให้เอง (แล้วฉันจะตามนายไป..... เย้ย !)
แน่นอน..... ขืนเขียนคงโดนหมากับเบนซ์โดดกัดหัว แต่มันก็น่ารักดีมิใช่หรือ? (น่ารักไปคนเดียวเหอะเอ็ง)
รอแสกนตอน158ตัวเต็มต่อไป.... มุคุโร่จ๋าาาาาาาาาาาาาาาาาา
.....................................................
.....................................................
ได้ข่าวว่าคืนนี้จะอ่านหนังสือ แต่นี่ห้าทุ่มครึ่งแล้ว... ตูมัวทำอะไรอยู่...
....................................................................
....................................................................
กร๊าซซซซซซซ ฟิครีบอร์นเรื่องแรก
เขียนจากความพีคส่วนบุคคนหลังจากเห็นภาพดีโน่10ข้างหน้า... มะ มะ มะ มันหล่อค่ะพี่น้อง!!!
หล่อโฮกกกกก หล่อได้อีก ช่างคู่ควรกับคุณท่านฮิบาริจริงๆ
รักคู่นี้มากมาย..... ไม่นึกเลยว่ากลับจากมหาลัยมาเหนื่อยๆ ดูดิโอเมนมาหลอนๆ มาเปิดเน็ตแล้วจะได้พบกับปรากฏการณ์ความหล่อแบบคูณสามคูณสี่... เจอะทั้งสควอลโล่ ทั้งแซนซัส ทั้งวองโกเล่รุ่นที่1 และประเด็นสำคัญของบล็อคนี้ ดีโน่!!!
หล่อเกินห้ามใจจริงๆนะพ่อคุณ สิบปีที่ผ่านมา อัพแรดขึ้นอีก อยากได้แสกนตัวเต็มเฟ้ย!!! อยากได้รูปใหญ่ๆง่า.... นี่ถ้ามันไม่ใช่ไฟล์เล็กดอสว่าจะเอาไปอัดเลยนะเนี่ย (เป็นเอามาก)
ตอนโกคุก็ว่าช็อคโลกแล้ว ฮิบะก็กรี๊ดลั่นบ้านมาแล้ว (ไม่ได้ไม่รักยามาโมโตะ...แค่มันหน้าเหมือนเดิมเลยไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่)
เจอม้าพยศไปที....ลืมเลยว่ารอดูมุคุโร่อยู่ เอิ้ก....
ว่ากันตามตรงพล็อตฟิคนี้ตอนแรกจะทำโดล่ะเอ้อ.... โดซึ้งดีโน่ฮิบะ แบบคาบัคโรเน่แฟมิลี่มันโดนตีกิลแตกไปแล้วใช่มะ อีดอสก็จิ้นซะว่าถ้าดีโน่ตาย ฮิบะมันคงไปบอกหน้าหลุมศพว่าตายๆไปเหอะ...ความแค้นของนายฉันจะจัดการให้เอง (แล้วฉันจะตามนายไป..... เย้ย !)
แน่นอน..... ขืนเขียนคงโดนหมากับเบนซ์โดดกัดหัว แต่มันก็น่ารักดีมิใช่หรือ? (น่ารักไปคนเดียวเหอะเอ็ง)
รอแสกนตอน158ตัวเต็มต่อไป.... มุคุโร่จ๋าาาาาาาาาาาาาาาาาา
.....................................................
.....................................................
ได้ข่าวว่าคืนนี้จะอ่านหนังสือ แต่นี่ห้าทุ่มครึ่งแล้ว... ตูมัวทำอะไรอยู่...
Tags: reborn4 Comments

อ่านแต่mangaรวมเล่มของสยามฮะ เลยยัีงงงๆ แต่เห็นรีบอร์น สามารถ* ทำพี่เป็นเช่นนี้ได้...
คงต้องขุดนิเม-สแกนmangaมายล
#1 By Ritz_DD on 2007-08-24 02:25