และแล้วงานสัปดาห์ล้มละลายแห่งชาติก็วนมาอีกครั้ง...
 
ตอนนี้งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 41 จัดมาได้ถึงวันที่เจ็ดแล้ว ทุกคนเสียทรัพย์กันไปเท่าไรแล้วคะ
(จขบ. ยังไม่กล้าเอาใบเสร็จมากดเครื่องคิดเลขคำนวณค่าเสียหายเลย ขอเตรียมวาเป๊กไว้สักหลายๆ ขวดก่อน)
 
แต่แน่นอนว่า เมื่อไปเสียทรัพย์ให้กระเป๋าสตางค์เบาหวิวกันแล้ว
เราจะได้หนังสือหนักๆ มายกแทนให้แขนห้อยกันไปข้าง
แถมบางครั้งยังเยอะจนหิ้วกลับบ้านเองไม่ไหวอีกต่างหาก ; m ;
 
วิธีแก้ไข/หลีกเลี่ยงเหตุการณ์เช่นนั้นมีมากมาย เช่น
 
- ไปหลายๆ รอบ ค่อยๆ ซื้อทีละนิด (สงวนสิทธิ์เฉพาะคนบ้านใกล้ / ผ่านบ่อย / ว่างงงงงงงง)
 
- ให้แฟนช่วยหิ้ว (สงวนสิทธิ์เฉพาะคนมีแฟน....ซึ่งจขบ. ก็ไม่มี TT ^ TT )
 
- ขับรถไป หรือเรียก Taxi (ถ้าไม่มีรถก็ทำไม่ได้ และ Taxi เรียกยากมาก...แถมถ้าบ้านไกลก็แพงอีก)
 
- ไม่ต้องไป ไม่ต้องซื้อ (ไม่เอา!!!)
 
ดูลำบากเนอะ
 
ดังนั้นจึงเหลือวิธีสุดท้าย...คือใช้บริการไปรษณีย์ไทย!
 
ในงานจะมีบูธของไปรษณีย์ไทยอยู่ตรงมุมข้างนอกแพลนนารีฮอลล์ใช่มั้ยล่า ที่มีคนนั่งอยู่เยอะๆ แต่ละคนแพ็กของลงกล่องอย่างเอาเป็นเอาตาย
สองมือล้วงกระเป๋า สองเท้าก้าวเข้าไปหาเขาได้เลยค่ะ
 
ราคาพัสดุไปรษณีย์ที่ส่งให้จากในงานหนังสือจะเป็นราคาเหมาจ่าย (แหงอยู่แล้ว...หนังสือหนักจะตาย ใช้ราคาตามน้ำหนักมีหวังล่มจมกว่าเดิม)
โดยกล่องใหญ่ (มาก) ส่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ราคา 140 บาท  / ต่างจังหวัดถ้าจำไม่ผิด 190 บาท
กล่องเล็ก (ที่ใหญ่เหมือนกัน) ส่งในกรุงเทพฯ 110 บาท / ต่างจังหวัด 120 บาท
และแบบซอง ที่ไม่รู้ว่าราคาเท่าไร เพราะไม่เคยคิดจะส่ง...คือเราคิดว่า ถ้ามันใส่ซองได้เราก็ถือกลับได้แหละ ; w ;
 
รอบนี้เราส่งแบบกล่องเล็กค่ะ
ไปช็อปหลังเลิกงาน แล้วซื้อมาเยอะกว่าที่ตั้งใจไว้(มากกกกก) จึงรีบอุ้มคุณๆ หนังสือไปหาไปรษณีย์
 
ที่บูธจะมีพี่ๆ พนักงานคอยให้คำแนะนำ ถ้าเราขอเขาก็จะช่วยจัดหนังสือลงกล่องให้ด้วย
ซึ่งทำงานไวมาก แถมถ้าปริมาณหนังสือเราน้อยจนเหลือที่ในกล่องมากไป เขาจะตัดกล่องให้ขนาดพอดีกับของด้วยค่ะ (แต่ค่าส่งเท่าเดิมนะ)
 
รอบนี้เราจัดเอง...ผลเป็นอย่างไรไปดูกัน!
 
 
ซื้อหนังสือและจัดส่งในวันอังคารที่ 2 เมษายน เวลาประมาณสองทุ่มครึ่ง
 
กลับบ้านมาเย็นวันที่ 3 ก็เจอกล่องนี้รออยู่แล้วค่า
 
 
สภาพกล่องเหมือนตอนมันออกจากมือเราไปเป๊ะ! จนไม่น่าเชื่อว่านี่ผลงานไปรษณีย์ที่ส่งของทีไรกล่องบุบ ซองยับตลอด...
 
 
ไหนลองเปิดดูข้างในหน่อยซิ!
 
เหมือนตอนจัดลงกล่องเลย...
มุมขวาล่างคือช่องว่าที่เหลือ เราเอาถุงพลาสติกที่ได้จากหลายๆ บูธ แล้วก็ถุงผ้าที่ใช้ใส่หนังสือตอนเดินซื้อมายัดๆ อุดๆ ไว้น่ะค่ะ (ประโยชน์หลากหลายเหลือเกินกระเป๋าผ้าฟรี)
จริงๆ เขามีกันกระแทกขายให้นะคะ แต่พอดีเรางก...เลยไม่ซื้อ 555
 
 
 
พอรื้อออกมาแล้วก็ได้หนังสือเหล่านี้...รวม 15 เล่ม กับการ์ตูนแพ็ก 1 ชุดค่ะ
(มีหนังสือเล่มนึงหนาราว 3 นิ้ว)
 
 
ถือว่าคุ้มเหมือนกันนะ ขนาดบ้านเราใกล้ๆ แต่ถ้าแบกกลับเองคงปวดหลังน่าดู
 
 
 
ก่อนจบการรีวิว ขอแปะภาพแสดงศักยภาพกล่องพัสดุไซซ์ใหญ่
 
เมื่อปี 2008 เราใช้บริการส่งไปรษณีย์จากงานหนังสือเป็นครั้งแรกค่ะ เพราะตอนนั้นได้ไปแค่ครั้ง-2ครั้ง แถมแม่ฝากซื้อหนังสือด้วย เลยซื้อเยอะจนแบกกลับไม่ไหว
 
เปิดออกมาเป็นแบบนี้
(ในภาพนี้คือเอา อกาธ่า คริสตี้ ของแม่ออกไปแล้ว 10 เล่มนะเนี่ย)
 
 
แผ่ออกมา....
(ผ้าปูที่นอนตอนนั้นสมเป็นเด็กน้อยมากๆ 555)
 
 
**แถมท้ายหน่อย**
พัสดุที่ส่งจากในงานหนังสือ จะจ่าหน้าผู้รับเป็นชื่อตัวเอง หรือคนอื่นก็ได้ค่ะ เผื่อเพื่อนที่อยู่ต่างจังหวัดฝากซื้อ อะไรแบบนี้ และใส่อย่างอื่นนอกจากหนังสือเข้าไปได้ด้วยนะ (เราเคยส่งให้เพื่อนแล้วที่เหลือ เลยไปซื้อสาหร่ายเถ้าแก่น้อย กับทิชชู่ห่อยัดไปให้ ไว้กินตอนอ่าน 555)
 
อีกทั้งในศูนย์สิริกิติ์ก็มีไปรษณีย์สาขาของตัวเอง สามารถไปส่งไปรษณีย์ปกติได้ด้วยค่ะ
 
 

edit @ 4 Apr 2013 09:20:48 by SadoZ

edit @ 4 Apr 2013 09:21:33 by SadoZ